วิธีสร้าง Muti-macOS ไว้ Clean Intall ผ่าน USB

macOS ถือเป็นระบบปฏิบัติการที่ Apple ปล่อยให้ผู้ใช้ Mac สามารถนำมาติดตั้งกับ Mac ได้ฟรี !! ซึ่งผมเองอยากให้คนใช้ Mac อย่างน้อยๆ ควรติดตั้ง macOS เเบบ Clean Install ได้เอง ในกลุ่มนี้ผมได้เเนะนำการสร้าง USB Boot ไว้บ้างเเล้ว
สำหรับมือใหม่ ควรสร้าง USB Boot MacOS ติดตัวไว้เผื่อฉุกเฉิน เพราะการที่จะ Clean Install macOS มันทำได้ 2 เเบบเท่านั้น คือ
  1. ผ่าน USB Boot (ตามบทความนี้)
  2. ผ่าน Internet Recovery (โหลดเเละติดตั้งผ่านเวป Apple โดยตรง)
ทั้งสองเเบบมีข้อดี ข้อเสียต่างกัน Clean Install ผ่าน USB Boot ข้อดีจะสะดวกเมื่อต้องการใช้ ข้อเสียก็ต้องมี Flash Drive มาทำ เเละพกไว้ตลอด ส่วน Clean Install ผ่าน Internet Recovery สะดวก ถ้า macOS มีปัญหาค่อยใช้งาน เเต่ต้องทำผ่าน Internet ถ้าเน็ตช้า หลุดบ่อย ก็เป็นปัญหาครับ เพราะ macOS เเค่ตัว File ก็ประมาณ 5-6 GB ดังนั้นเน็ตต้องเร็ว จะลดปัญหาการติดตั้ง
บทความนี้ทำขึ้นมาเพื่อ คนที่ต้องติดตั้ง macOS บ่อยๆ ผมยกตัวอย่างผมเอง คือ มักจะมีเพื่อน หรือน้องๆ ที่ Office ชอบมาให้ Clean Install macOS ให้ ซึ่งเเต่ละคนก็ต้องการใช้ macOS ต่างกัน เช่น นาย A อยากได้ macOS Mojave เพราะมี Mac ปีใหม่ๆ ใช้งาน ส่วนนาย B อยากได้ macOS El Capitan เพราะใช้เครื่อง Mac รุ่นเก่ามากเเล้ว
เมื่อก่อนผมต้องทำ USB Boot ใหม่ทุกครั้งถ้ามีคนไหว้วานให้ติดตั้ง macOS เเต่ตอนนี้ผมสามารถใช้ Flash Drive ตัวเดียวทำ USB Boot macOS ทุก Version ได้ใน Flash Drive ตัวเดียวเเละไม่ใช่เเค่ Mac ยังทำ Windows รวมกันไว้ใน Flash Drive เดียวกับ mac ได้ด้วย (เหมาะกับคนอยากทำ Bootcamp)

สิ่งที่ต้องมี

  1. Flash Drive ความจุ 32-128 GB (ตามความต้องการทำ macOS กี่ Version)
  2. File macOS เเต่ละรุ่นที่จะเอามาทำ USB Boot.
  3. File Windows 10 (หากจะทำ Windows Boot ด้วย)

ลงมือทำ

  1. Copy File macOS ที่ต้องการทำ USB Boot ไปไว้ใน Applications ในบทความผมต้องการทำ USB Boot macOS El Capitan , macOS Yosemite , macOS Sierra , macOS High Sierra , macOS Mojave
2. เเบ่ง Partition 8 GB. จำนวน 5 Drive โดยตั้งชื่อเเต่ละ Drive ตามชื่อรุ่นของ macOS
2.1 เสียบ Flash Drive เข้า Mac
2.2 เปิดโปรแกรม Disk Utility ขึ้นมา (Applications > Utilites > Disk Utility)
2.3 เลือก Flash Drive ที่เสียบเข้าไป กด Tab Partition จากนั้นให้กำหนดตามนี้
Name : ElCapitan
Format : Mac OS Extended (Journaled)
Size : 8 GB
เเล้วกด Apply
2.4 กด Partition
2.5 รอการเเบ่ง Partition เสร็จกด Done
3. ให้ทำตามข้อ 2 เหมือนเดิม เเต่ให้ตั้งชื่อ (NAME) เป็น Yosemite , Sierra , HighSierra , Mojave จนครบ ทั้ง 5 Partition ความจุ 8 GB
4. ปิดโปรแกรม Disk Utility จากนั้นให้เปิดโปรแกรม Terminal ขึ้นมา
5. จากนั้นให้ Copy คำสั่งข้างล่างไป Paste ในโปรแกรม Terminal เพื่อทำ USB Boot macOS El Capitan

5.1 เเล้วกด Return
5.2 ใส่ Password (เหมือนตอน Log-in) เเล้วกด Return
5.3 กด Y เพื่อยืนยันการสร้าง USB Boot
5.4 รอจนโปรแกรมทำงานจบ…
6. จากนั้นให้ Copy คำสั่งข้างล่างไป Paste ในโปรแกรม Terminal เพื่อทำ USB Boot macOS Yosemite

** ทำข้อ 5.1 – 5.4 อีกครั้ง
7. จากนั้นให้ Copy คำสั่งข้างล่างไป Paste ในโปรแกรม Terminal เพื่อทำ USB Boot macOS Sierra

** ทำข้อ 5.1 – 5.4 อีกครั้ง
8. จากนั้นให้ Copy คำสั่งข้างล่างไป Paste ในโปรแกรม Terminal เพื่อทำ USB Boot macOS High Sierra

** ทำข้อ 5.1 – 5.4 อีกครั้ง
9. จากนั้นให้ Copy คำสั่งข้างล่างไป Paste ในโปรแกรม Terminal เพื่อทำ USB Boot macOS Mojave

** ทำข้อ 5.1 – 5.4 อีกครั้ง
10. ครบหมดทุก Version เเล้ว ก็จะออกมาประมาณนี้ ในทุกๆ Drive จะมี File macOS เเต่ละ Version ให้ลองนำไปใช้งานดูครับ
 
11. Restart macOS เเล้วกด Option ค้างไว้จะมีให้เลือก Boot ได้ประมาณนี้ เป็นสำเร็จ
 
หมายเหตุ :
  • ชื่อ Drive ตอนเเบ่ง Partition ต้องตรงตามบทความ เช่น HighSirra ก็ต้องพิมพ์ตามนี้ ไม่งั้นเวลารัน Terminal ชื่อไม่ต้องจะไม่ยอมทำ USB Boot ให้
  • Flash Drive ผมใช้ขนาด 128 GB อ่าน/เขียนเร็ว ทำ USB Boot ก็เร็วตาม รวมถึงตอนติดตั้ง macOS
 
 

eNgineEr_sEk

You may also like...