วิธีประกอบสเปค PC เพื่อติดตั้ง macOS

สำหรับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่มีงบประมาณจำกัด ไม่มีกำลังทรัพย์พอที่จะซื้อ MAC เเท้ๆ จาก Apple วันนี้ผมจะมาเเนะนำทางเลือก ในการใช้งาน macOS โดยไม่จำเป็นต้องซื้อ MAC ครับ
สำหรับบทความนี้จะเเยกออกเป็นตอน (เนื่องจากขั้นตอนเยอะ)​ เพื่อให้เข้าใจตรงกัน Hackintosh (หมายถึง PC เเต่ลง OS เป็น macOS) ส่วน Macintosh (ผมอ้างอิงเป็นเครื่อง Mac)

ตอนที่ 1 : การเลือกซื้ออุปกรณ์

การเลือกอุปกรณ์นั้น อยากให้อิงสเปคให้ใกล้เคียง MAC เช่น ในบทความนี้จะเน้นไปที่ iMac 27” 2019 CTO ข้อดีของการเลือกสเปคคล้าย iMac จะช่วยให้ไม่ต้องหา Kexts , Patch ภายนอกให้ยุ่งยาก เเละจะทำให้ Hackintosh ของเราเสถียรมากขึ้น
CPU : Intel i9-9900K 3.6 Ghz 8-Core 16-Thread
MAINBOARD : Gigabyte Z390 Aorus Pro Wifi
Memory : Kingtons DDR4 Hyper-x Bus 2666 (ความจุตามต้องการ ในบทความใช้ 32 GB ขนาด 16GB x 2 )
Hard Disk : M.2 Samsung 970 EVO (ความจุตามต้องการ ในบทความใช้ 500 GB Hard disk 3.5” 2 TB เพื่อทำ Fusion Drive )
Ghaphics : AMD VEGA 64 (ในบทความใช้ Asus ROG STRIX RX VEGA 64 8GB OC จำนวน 2 ใบ)​ สามารถใช้รุ่นอื่นเเทนได้เช่น VEGA 56 , RX 580 , VEGA VII ( macOS Mojave ไม่รองรับการ์ด Nvidia ทุกรุ่น)​
CASE & PSU : เลือกที่ชอบได้เลย ในบทความใช้ PSU 1000 W. ของ Cooler master v1000
Wifi & Bluetooth : Fenvi FV-T919 สำหรับเชื่อมต่อ Mouse & Keyboard ของ Apple และ Wifi 2.4Ghz/5Ghz ตัวการ์ดจะมีทั้งWifi และ Bluetooth จึงสามารถใช้งาน Airdrop , Handoff ได้ด้วย (หากไม่มีใช้ Internet ผ่าน LAN ได้)
Mouse & Keyboard : ใช้ของ Apple (หรือของทั่วไปผ่าน USB)
Monitor :ใช้ของอะไรก็ได้ แต่แนะนำจอที่มี Display Port ค่าสี และการตั้งค่าความสะเอียดหน้าจอจะใกล้ Mac มากว่าHDMI ผมใช้ LG 32” UltraHD สังเกตุว่าจอใช้กับ Windows จะดูเบลอๆ เเต่พอใช้กับ macOS จอสีสมจริงขึ้น ค่าสีตรงขึ้น (ผลมาจาก Driver ของ macOS ดีกว่าของ Windows)
เมื่อซื้ออุปกรณ์ครบ ก็ประกอบคอมพิวเตอร์ตามปกติ ลองเปิดเทสอุปกรณ์ว่าทำงานได้ปกติไหม ? จากนั้นไปขั้นตอนที่ 2
หมายเหตุ : อุปกรณ์ต่างๆ ที่กล่าวมาหาซื้อได้ตามร้าน it ทั่วไป ส่วนใหญ่ผมสั่ง Online กับทาง Advice เพราะส่งของไวมาก ภายใน 3 – 5 ชม.

ตอนที่ 2 :การเซ็ทอัพ Bios

ขั้นตอนนี้เป็นการเข้าไปปรับแต่งBios ของ Mainboard ครับ ดูจะยุ่งยากเล็กน้อย แต่เน้นย้ำว่าสำคัญ คือถ้าปรับไม่ตรง จะมีผลกับการติดตั้ง Hackintosh
2.1 กดปุ่ม Power เพื่อเปิด computer
2.2 กดปุ่ม Del ที่ keyboard ซ้ำๆ จนเข้าหน้าปรับปรับแต่ง Bios กดที่ Classic (F2)
2.3 เข้าไป Tab Save & Exit
2.3.1 เลือก Load Optimized Defaults แล้วกด YES เพื่อยืนยัน
2.4 เข้าไปที่ Tab M.I.T
2.4.1 Advaned Frequency Setting > Enhanced Muti-Core Performance เลือก Disable
2.4.2 Extrem Memory Profile (X.M.P.) เลือก Profile 1
2.5 เข้าไปที่ Tab BIOS
2.5.1 Windows 8/10 Features เลือก Other OS
2.5.2 CSM Support เลือก Disable
2.6 เข้าไปที่ Tab Peripherals
2.6.1 Intel Platform Trust Technology (PTT) เลือก Disable
2.6.2 USB Configuration
* Lagacy USB Support เลือก Enable
* XHCI Hand-off เลือก Enable
* Network Stack Configuration เลือก Disable
2.7 เข้าไปที่ Tab Chipset
2.7.1 Vt-d เลือก Disable
2.7.2 Internal Graphics เลือก Enable
2.7.3 DVMT Pre-Allow เลือก 64 Mb.
2.7.4 DVMT Total Gfx Mem เลือก 256 Mb.
2.7.5 Audio Controller เลือก Enable
2.7.6 Adove 4G Decoding เลือก Enable
2.8 เข้าไปที่ Tab Power
2.8.1 ErP เลือก Enable
2.8.2 RC6 เลือก Enable
2.9 เข้าไป Tab Save & Exit เลือก YES เพื่อ SAVE ค่า Bios

ตอนที่ 3 : ขั้นตอนการเตรียม USB Boot macOS

หลังจากที่ได้เตรียมในส่วนของ Hard Ware เเละ Bios เสร็จเเล้วมาต่อกันในส่วนของ Software โดยหลักๆ สิ่งที่ต้องมีคือ
  1. macOS Mojave (Download จาก Apple Store ไปเก็บไว้ใน Applications)
  2. USB ขนาด 8-16 GB
  3. UniBeast 9.2.0 – Mojave
  4. Clover_v2.4k_r4920
  5. Clover Configurator
  6. File Kexts..

3.1 ทำ USB Boot

3.1.1 Format USB เข้าไปที่ Applications > Utilities > Disk Utility
3.1.2 เลือก USB ที่เสียบเข้า Mac เเล้วเลือกตามรูปเเนบ เเล้วกด Erase รอจนโปรแกรมทำงานจบเเล้วปิดโปรแกรม Disk Utility
3.1.3 เปิดโปรแกรม UniBeast 9.2.0 ข้ึนมา เเล้วกด Continue ไปเรื่อยๆ เเล้วกดที่ Icom USB เเล้วกด Continue
3.1.4 กดที่ Icon Mojave เเล้วกด Continue
3.1.5 กดที่ Icon UEFI Boot Mode เเล้วกด Continue
3.1.6 ไม่ต้องเลือกอะไร เล้วกด Continue
3.1.7 กด Continue เเล้วใส่ Password เเล้วกด OK
3.1.8 รอ 10-15 จนโปรแกรมทำงานจบ

3.2 โหลด File Kext ที่จำเป็นในการใช้งาน

3.2.1 เปิดโปรแกรม Clover_v2.4k_r4920.pkg ขึ้นมา
3.2.2 เลือกติดตั้งไปที่ USB เเล้วกด Continue
3.2.3 เลือก Customize
3.2.4 เลือกตามรูปเเนบเเล้วกด Install
3.2.5 ใส่ Password เเล้วกด OK รอจนโปรแกรมทำงานเรียบร้อยเเล้วปิดโปรแกรม

3.3 ปรับเเต่ง EFI

3.3.1 เปิดโปรแกรม Clover Configurator ขึ้นมา เเล้วไปที่ Tab Mount EFI ดูที่ EFI on Install macOS Mojave กดที่ Mount Partition
3.3.2 ใส่ Password เเล้วกด OK
3.3.3. กดที่ Open Partition
3.3.4. จะมี Folder EFI เปิดขึ้นมา เข้าไปที่ EFI > CLOVER
3.3.5 ที่ File ชื่อ config.plist ให้ Open With Clover Configurator(default)
3.3.6 ที่ Tab CPU ช่อง Type ใส่ 1005 เพื่อเเสดง CPU เป็น i9
3.3.7 ที่ Tab SMBIOS เลือกเป็น iMac19,1
3.3.8 ที่ Tab Rt Variables ที่ช่อง ROM กด Generate
3.3.9 ที่ Tab System Parameters ช่อง Inject Kexts เลือกเป็น YES
3.3.10 ที่ Boot เพิ่ม Slide=0
3.3.11 ที่ Tab Rt Variables ที่ช่อง CsrAcrtiveConfig ใส่ 67
3.3.12 ที่ Tab kexts Installer ที่ช่อง OS Version: เลือกเป็น Other
3.3.13 เลือกตามรูปเเล้วกด Download
3.3.14 เลือกตามรูปเเล้วกด Install
3.3.15.ปิดโปรแกรม เเล้วเลือก Save โดยการกด OK
3.3.16 นำ File ใน Kexts.zip (เเตก File ออกมา) เเล้วนำ File ทั้งหมไปวางทับที่ EFI>Clover>kexts>Other

3.4 ติดตั้ง macOS

3.4.1. เปิด Computer กด F12 เลือก Boot จาก USB ข้อ 3.1
3.4.2 ติดตั้ง macOS บน PC ตามปกติ (เหมือนการติดตั้ง macOS บน mac)
3.4.3 หลังติดตั้ง macOS เสียบสาย LAN จะสามารถใช้งาน Internet ได้ปกติ
3.4.4 ตั้งชื่อ User ใส่ Apple ID ตามปกติ

About This Mac (Hackintosh)

การฺ์ดจอ VEGA 64 8 GB

Fusion Drive (M.2 500GB SSD 2.5″ 1 TB) RAID 0 4 TB

เเรมยังใส่ได้อีก 16 GB x 2

เห็นการ์ดจอครบ VEGA 64 8 GB x 2 , Onboard intel 630

Update macOS ได้ปกติ

เข้า Download Apple Store โปรแกรมต่างๆ ได้ปกติ

3.5 ปรับเเต่งการ Boot macOS

3.5.1 เปิดโปรแกรม Clover Configurator ขึ้นมาอีกครั้ง
3.5.2 Mount EFI เลือก. M.2 ที่ติดตั้ง macOS เเล้ว Mount Partition
3.5.3 Mount EFI เลือก USB Boot เเล้ว Mount Partition
3.5.4 เปิด Folder EFI ทั้ง 2 ขึ้นมา. Copy Folder ฝั่งขวา (จาก USB Boot) ไปใว้ใน EFI ฝั่งซ้าย (ใน M.2 ที่ติดตั้ง macOS)
3.5.5 เข้า M.2 macOS ไปที่ EFI > CLOVER > เปิด config.plist กับโปรแกรม Clover Configurator
3.5.6 Tab Boot ในช่อง Default Boot Volume พิมพ์ Macintosh HD , Timeout=0
3.5.7 ปิดโปรแกรม เเล้วกด OK เเล้วลอง Restart
3.5.8 เมื่อ Restart เเล้วจะ Boot เข้า macOS ได้ปกติ

3.6 Test & Benchmark

Geekbench Score

Davinci Resolve. AMD Radeon VEGA 64 x 2

สรุป :

  • พยามอย่าไปปรับเเต่ง Bios หลังจากทำหมดทุกขั้นตอน
  • อย่าใช้ Kexts แปลกๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง
  • ควรเก็บ USB Boot ได้ตลอด เผื่อกรณีมีอะไรผิดพลาด Boot ไม่ขึ้น สามารถ Recovery ได้ ข้อมูลเดิมจะคงอยู่
  • ควรมี Drive สำรอง เพื่อเก็บงานเเยก เช่นในบทความ ผมทำ Fusion Drive (Samsung M.2 970 EVO 500 GB SSD 2.5” 1 TB) เเละมี WD Black 2TB x 2 ทำ RAID 0 ผมจะลงโปรแกรมกับ Fusion Drive ส่วนข้อมูลสำคัญเก็บที่ Raid เผื่อ macOS ล่ม
  • ลงทุน 4 – 5x,xxx บาท ได้ประสิทธิภาพเทียบเท่า iMac CTO 2019 , iMac Pro 8 Core
  • สามารถเสียบการ์ด Raid เเบบ PCI-E ได้
  • Port USB ใช้งานได้ปกติทุก Port
  • การ์ดจอเเบบคู่ ทำงานกับโปรแกรมที่รองรับการทำงานการ์ดจอคู่ได้ ดีมาก เช่น Davinci , Keyshot , SketchUp Vray , Adobe All
  • เล่นเกมได้ดี (หากเกมรองรับการใช้งานการ์ดจอคู่ สามารถปรับความละเอียดภาพ สูงสุดสบายๆ)
  • เสียงออกทั้ง HDMI , Sound จาก Mainboard
  • Wifi ที่ติดมากับ Mainboard ใช้ไม่ได้ (ไม่มี Driver) สามารถใช้ Wifi USBเเทนได้ ในบทความใช้ Fenvi เป็นทั้ง Bluetooth , Wifi ใช้ Apple Keyboard 2 , Magic Trackpad 2 ได้ รวมถึงโปรแกรม Airdrop
  • LAN ใช้ได้ปกติ
  • หากต้องการใช้ Apple Keyboard 2 , Magic Trackpad 2 เเต่ไม่มี Bluetooth สามารถเสียบใช้ผ่านสาย USB ได้ปกติ
  • USB-C ใช้ได้ปกติ
  • ลงโปรแกรมที่ใช้กับ MacOS ได้ทุกโปรแกรม
  • จริงๆ มัน Sleep ปลุกตื่น เเต่ถ้าไม่อยากเจอปัญหา เเนะนำไปปิด Computer , Diplay Sleep เป็น Never ดีกว่า (กันเหนียว)
หมายเหตุ :
  • ผมเเค่ทดลองใช้เเล้วบอกต่อ ความรู้ไม่ได้มากมาย ผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
  • มีวิธีทำ Hackintosh หลายเเบบ ที่ผมเเนะนำคือเเบบซับซ้อนน้อยที่สุด
  • ถ้าอยากให้เสถียร 100% อุปกรณ์ทำงานเต็ม 100% มีวิธีทำอีกวิธี เเต่อธิบายยาก

eNginEer_sEk

You may also like...