ติดตั้ง Windows 10 บน Mac โดยไม่ผ่าน Bootcamp

  • สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการให้ Mac สามารถใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows เเละ macOS ได้ในเครื่องเดียว โดยสามารถเลือกได้ว่าต้องการ Boot เข้าระบบ Windows หรือ macOS ซึ่งการใช้งานของทั้ง 2 ระบบ ไม่ว่าจะเป็น Windows หรือ macOS จะเป็นการใช้ Hard Ware ของ Mac โดยตรง ไม่ใช่เป็นการ Simulate Hard Ware (จำลอง Hard Ware โดย Software)
  • ดังนั้นถ้าเลือก Boot เป็น Windows ก็เหมือนกับเรามีโน็ตบุ๊คดีดีเครื่องนึงที่สามารถลงโปรแกรม เกม หรืออื่นๆ ได้ เหมือนโน็ตบุ๊ค/PC ทั่วไป เเต่ Bootcamp จำเป็นต้องเลือกใช้ระบบปฏิบัติการอย่างใดอย่างนึงเท่านั้น จะใช้งานพร้อมกันไม่ได้
  • โดยส่วนใหญ่ที่พบปัญหาหากต้องการติดตั้ง. Windows ผ่าน Bootcamp ทาง Apple จะเซ็ท Bios mode เป็น Legacy Mode ซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจเจตนาของทาง Apple เเต่โดยทั่วไปเเล้ว Bios mode ควรเป็น UEFI
  • โปรแกรม Bootcamp ที่ Apple ออกเเบบมาช่วยให้ติดตั้ง Windows ง่ายขึ้น เเต่เอาเข้าจริงกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้ เช่น เจอปัญหา Download Driver ไม่สำเร็จ , เเบ่ง Partition ไม่ได้ ฯ
  • ปกติผมไม่ค่อยใช้ Bootcamp ติดตั้ง Windows เลย เเต่จะเลือกติดตั้งด้วยตัวเอง โดยจะเเบ่งขั้นตอนการทำงาน 3 ขั้นตอน
1) สร้าง bootable USB Windows 10 เเละ Download Driver
2) เเบ่ง Partion ,ติดตั้ง Windows 10
3) ติดตั้ง Driver

ขั้นตอนที่ 1

1.1 สร้าง bootable USB Windows 10
วิธีสร้าง bootable USB Windows 10
1.2 Download Driver
หลังจากที่เราติดตั้ง Windows 10 เพื่อให้ระบบปฏิบัติการสามารถใช้งาน Hard Ware ของ Mac ได้จำเป็นต้องมี Driver ก่อน โดยสามารถโหลดได้ตามนี้ (ต้องเชื่อมต่อ Internet)
1.2.1 เข้าไปที่ Applications > Utilities > Boot Camp Assistant
1.2.2 เลือกที่แท็ป Action > Download Windows Support Software
1.2.3 เลือกที่จัดเก็บ Driver ผมเลือกไปเก็บไว้ที่ Desktop
1.2.3 รอจนโปรแกรม Download Driver เสร็จ
1.2.4 เมื่อ Download เสร็จ ปิดโปรแกรม Bootcamp จะพบ Driver ต่างๆ อยู่ที่หน้า Desktop ให้ Copy Driver “Windows Support” ไปไว้ใน USB Boot Windows 10 ที่ทำไว้ในขั้นตอนที่ 1 เป็นอันจบขบวนการทำ USB BOOT Window 10 เเละการเตรียม Driver

ขั้นตอนที่ 2

2.1.เเบ่ง Partition
ขั้นตอนนี้เป็นการเเบ่ง Partition เป็นการกำหนดพื้นที่ Hard Disk ที่เราต้องการจะเเบ่ง เพื่อติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows โดยทั่วไปเเนะนำให้เเบ่งมากกว่า 64 GB ขึ้น ซึ่งในบทความผมจะเเบ่ง Partition 128 GB
* หมายเหตุ : เเบ่งตามความเหมาะสมตามความจุ Hard Disk ของ Mac
2.1.1 เข้าไปที่ Application > Utilities > Disk Utility
2.1.2 เลือก Partition
2.1.3 กดที่เครื่องหมาย จากนั้นกำหนด
Name : BOOTCAMP
Format: MS-DOS (FAT)
Size: 128 GB
เเล้วกด Apple
เลือก Partition
เลือก Continue
รอจนจบขบวนการเเบ่ง Partition เเล้วกด Done เเล้วปิดโปรแกรม Disk Utility
2.1.4 Download โปรแกรม GPT Fdisk
2.1.5 ติดตั้งโปรแกรม GPT Fdisk
2.1.6 เปิดโปรแกรม Terminal ข้ึนมา (Application>Utilities>Terminal)
2.1.7 พิมพ์หรือ Copy sudo gdisk -l /dev/disk0 ไป Paste ในโปรแกรม Terminal เเล้ว กด Return
2.1.8 ใส่ Password เครื่อง (อันเดียวกันกับตอน Log in) เวลาพิมพ์จะไม่ขึ้น พิมพ์ Password เสร็จเเล้วกด Enter
2.1.9 ตรวจเช็คค่าตามที่ขีดเส้นใต้ ต้องเป็นเเบบในรูป
2.1.10 ปิดโปรแกรม Terminal
2.2 ติดตั้ง Windows 10
2.2.1 : เสียบ USB Boot Windows 10 เข้า Mac จากนั้นกดเปิดเครื่อง Mac พร้อมกดปุ่ม Option ไว้ (กรณีที่บางท่านใช้ Keyboard ของ Windows กด Atl) รอจนขึ้นให้เลือกบูตตามรูป
เลือก EFI Boot
2.2.2 จะเข้าขบวนการติดตั้ง Windows
วิธีติดตั้ง Windows 10 ศึกษาตามนี้ ตั้งเเต่ขั้นตอนที่ 8 ลงไป : https://www.facebook.com/notes/macos-idevice-tips/macos-tips-วิธีลง-windows-บน-mac-ผ่าน-boot-camp/276125279534423/
หมายเหตุ : ถึงขั้นตอนการเเบ่ง Partition ของ Windows ขณะขั้นตอนติดตั้ง Windows 10 ให้ Format Drive “BOOTCAMP” ด้วย
เลือก Drive 0 Partition 3: BOOTCAMP > Format
เลือก OK
กด Next เพื่อติดตั้ง Windows ปกติ

ขั้นตอนที่ 3

3.1 ติดตั้ง Driver
3.1.1 เข้าไปที่ USB Boot Windows 10 > WindowsSupport
3.1.2 กด Double Click ที่ Setup
3.1.3 กด Next
3.1.4 กด Install
3.1.5 รอจนขบวนการติดตั้ง Driver เสร็จ
3.1.6 กด Finish เเล้ว Restart ถือเป็นสิ้นสุดขบวนการ หลังจากนี้ให้ติดตั้งโปรแกรมต่างๆ ได้ตามต้องการ
หมายเหตุ :
1) Bios Mode จะเป็น UEFI
2) หลังติดตั้ง Windows 10 ทุกครั้งที่เปิดใช้งานจะบูตเข้า Windows เป็นหลัก (เเทน macOS)
3) กรณีที่ต้องการสลับใช้ macOS <> Windows ทุกครั้งที่กดเปิดเครื่อง mac ใช้งาน ให้กด Option ค้างไว้ จะสามารถเลือกใช้ระบบปฏิบัติการได้ว่าต้องการใช้ macOS หรือ Windows
4) กรณีที่ต้องการเลือกระบบปฏิบัติการเเรกที่ต้องการบูต ให้เข้าไปเลือกได้ที่ Applications > System Preferences > Startup Disk > เลือกระบบปฏิบัติการที่ต้องการ > Restart
5) หากเเบ่ง Partition ไม่ได้ ต้องไปปิด FileVault ก่อน เข้าไปที่ Applications > System Preference > Security & Privacy
6) วิธีตามบทความนี้ทดลองกับ MacbookPro 15” 2012 ,2016,2018 ,mac mini 2018 , Mac Pro Late 2013 ไม่พบปัญหาใดใด

eNginEer_sEk

You may also like...